| Bhaddhadon's profilecoNTrovERsyPhotosBlogLists | Help |
|
October 11 Have you ever seen the rain? พิรุณ..ในห้วงพิรุณเช่นนี้ เวลาหาจำแนกได้ชัดเจนไม่ เช้า?บ่าย? สำคัญอะไรเล่าในเมื่อทอดสายตาออกไปพบเจอเพียงความอึมครึม ภาพอันพร่ามัว และอาจรวมถึงสายนําที่เคลื่อนตัวอย่างเรื่อยเปื่อยบนหลังคากระจก พายุลูกสุดท้ายแล้วหรือ? ...เป็นเพียงการประโลมตัวเองเท่านั้น เนื่องด้วยสภาพภายในหาได้เลวร้ายน้อยกว่าภายนอกไม่ ตราบเท่าที่ระดับนํายังมิได้สูงขึ้นมาถึงชั้นบน และคงไม่ถึงในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน
"อยู่ไหน..?"
ไม่มีคำตอบอันแน่ชัดจากตรรกะภายในห้วงความคิดที่เคยยึดติดและเชื่อมั่นเสียเต็มประดา ในเมื่อการถ่ายทอดที่ผ่านๆมา ส่งต่ออะไรบางอย่างมาให้กับความรู้สึก หลังจากที่ความรู้สึกซึ่งถูกยึดครองโดยความแปรปรวนอีกที ส่งสารต่างๆไปให้การแสดงออกอย่างเป็นสม่ำมิได้ขาด โดยปราศจากความแน่ใจในผลลัพธ์ ความถูกต้อง น้ำจิตน้ำใจหรือกระทั่งตรรกะ
"หลงทาง..?" ...อาจเป็นคำที่เหมาะเจาะเมื่อขบคิดแต่เพียงเท่านี้ หากแต่มันเพียงเท่านั้นเองหรือ?
คำตอบยังคงหลบซ่อนอย่างไม่มีท่าทียินยอมปรากฏตัว ในทางตรข้ามคำถามกลับถาโถมเข้ามาอีกคำรบ พร้อมด้วยภาพสะท้อนในกระจกของใครคนนั้น ซึ่งรู้จักมักจี่เป็นอย่างดี เพียงแต่มันไม่มีชาติตระกูลให้ใยดีด้วย
"นี่มันตัวอะไร..?"
สิ่งที่พบเห็นกับการยอมรับไม่สามารถสัมผัสมือกันได้ในจังหวะนี้
ตรรกะได้ผิดเพี้ยนไปแล้วหรือ..?
Logic is damned blind..!! เป็นไปได้? ..แต่ไม่ใช่โอกาสนี้แน่ๆ เนื่องด้วยแม้แต่ในภาพสะท้อนจากกระจกทุกบานในอารามวัด และกระจกสีแบบกอธิคของโบสถ์แคทอลิก ก็มิได้ทำให้ภาพลักษณ์เพี้ยนผิดรูปไปแม้แต่น้อย เสียงรำพันยังคงกังวานอย่างต่อเนื่อง แต่หาได้มีเสียงไม่
What can i do? Will i make it through? I must be true to myself... เสียงร้องอันแหบพร่า เพรียกหาซึ่งตัวตน ในวังวนแห่งห้วงคำนึง..
ด้วยเสียงกีตาร์2ตัวที่สอดประสาน ..วงร็อกอมตะแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ทำให้สภาพการณ์ชัดเจนขึ้นมาไม่น้อย
อาจบางทีภาพในกระจกเป็นเช่นนั้นแต่แรก ความสับสนต่างหากที่แทรกเข้ามา ในช่วงเวลาที่เมามายและหลงละเมอและฝังรากลึกในความรู้สึก
ประจักษ์ถึงเพียงนี้แล้ว ..รูปการณ์หาได้ทุเลาลงไม่
ความเกียจคร้านและความจับจดยังคงเป็นนายใหญ่ที่ยากแก่การต่อกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวตนอันขาดความชัดเจน
สหายที่มีข้างกายยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง ทว่า"สหายเก่า"ไม่ทราบยังสามารถกล่าวคำ"สหาย"ได้อีกหรือไม่
ใครบางคนกล่าวไว้ "relationship มันเป็น mutual นะ"
เพียงไม่ทราบสมควรกล่าวโทษความสับสน หรือตัวตนอันแท้จริง
อัน"โฉมสะคราญผู้รู้ใจ" คำหลังมิอาจกล่าวรวมได้ อย่าว่าแต่"โฉมสะคราญ" อันคำ"ผู้รู้ใจ" ในยามนี้นัยว่าพลิกแผ่นดิ้นค้น ยังไม่พบแม้สักครึ่งคน
อัน"ปฐมสหาย"ไม่ทราบสมควรกล่าวถึงว่ากระไร เนื่องด้วยกาลเวลาที่ได้หายไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด
ทุนนิยมได้สร้าง"ทุติยภูมิ"มาเป็นคนกลางระหว่างเรา กุมมือเราสองไว้แนบแน่น อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหลุดได้สะดวกดายนัก
พึงสังวรณ์ไว้ว่า "ทุติยภูมิ"มีนายเหนืออยู่2คน
คนหนึ่งคือ ทุนนิยมอันเป็นมารดา
อีกคนกลับเป็นองค์พระพุทธรูปอันมากบารมี แห่ง อีสานเหนือ
ข้อผูกมัดที่ทำไว้กับนายเหนือคนหลังในการส่งคนกลางมากุมมือเราไว้ ...เพื่อให้เราอย่างน้อยสามารถพบหน้ากันได้ หลังจากที่เวลาของเราได้หายไป ยังมิได้ถูกชำระ
ยังสามารถสบถอันใดได้เล่า
ไม่มีกิริยาอันไหลลื่นในท่าทีที่ปรากฏ เนื่องด้วยความขุ่นมัวภายใน และภาพสะท้อนภาพเดิมที่สะท้อนจากดวงตาของผู้ที่พบเจอในแต่ละวันหนึ่งๆ
ความแน่ใจที่แปรสภาพมาจากมายาอันหลอกลวง เริ่มคลืบคลานเข้าในจิตสำนึก อย่างแยกกันไม่ออก
สติส่วนหนึ่งยังลุกขึ้นมาต่อต้าน ดำเนินการท้าทายอีกคำรบ หลังจากความพ่ายแพ้อันพบเจออยู่เป็นนิตย์ และนำความเสียหายมาให้อย่างร้ายกาจ
สุดท้ายนำมาซึ่งความเกรี้ยวกราดและการตอกย้ำ ...เพียงเท่านั้นเอง
อันความสนุกสนานเริงร่า กูกใช้เป็นเครื่องมือเสียหมด ในกระบวนการต่อต้านนั้น และหมดเปลืองไปกับการโดนถากถางอีกส่วนหนึ่ง
คำ"มืดมน" อาจเกินความเป็นจริงไป ที่ถูกต้องสมควรเป็นภาพที่ปรากฏตรงหน้า
พิรุณ..อันบ้าคลั่ง ที่บดบังทัศนียภาพ กระทั่งไม่มีสิ่งใดชัดเจนอีกต่อไป..
ข้อเขียนเชิงเห็นแก่ตัว
เพื่อรอยยิ้มเพียงวูบเดียว
คอมเม้นด้วนนะเว้ยเฮ้ยยย..!!
Comments (3)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://bhaddhadon.spaces.live.com/blog/cns!828BCD3A0E9DF299!402.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|