Profilo di BhaddhadoncoNTrovERsyFotoBlogElenchi Strumenti Guida

Bhaddhadon Puaratana-arunkon

Professione
Interessi
Nessun elemento ancora aggiunto.

coNTrovERsy

23 ottobre

'Round Midnight

Appreciation might be the vividest affection we could fumble through our isolated private world.

However it may almost unobservably contained the big secret.

Appreciation was afar disjoined by expectation,anticipation and their austere neighborhoods.

Contrariwise,it was something that came upon when you're sort of looking up to delineation or characterization mostly within your participation

(as yet in my concern)-definitely not a breed of expectation since it was not demonstrated in your prediction;

Likewise,you did not fancy it standing there for good-exclusively,you just bask in the exact flash of episode you experienced like

'a lovely couple teasing in the din of the brown tone bar',

 'a memorable song from the good old time,which remind you of someone,playing on the ancient-sight street'

 or ' just unexpectedly met someone in an apt occasion'

 - whatever following is not of consequence

 - just you,an incident and that very moment.

 Though it may not looked promising or distinctive compared to your repeated ordinary day,

it'd appear to be somewhat reminiscing and mesmerizing ,at least to those who were sentimental ;

And the attainment , it'd simultaneously converted into some characterized 'software'

 - 'extraordinary sense software' to be precise.

 Did you ever abruptly unexpectedly smell the aquainted affair before? Actually, the word "smell" oughta substitued by"sense" ,

and "acquainted affair",same favor,by the weird"sense software.

As a matter of fact,it was exactly the same function as tasting the sour of lemon through your tongue or touching the soft of cotton wool;

The sour and the soft were outputs in these two cases;

Over and above,Smelling and Touch were equipments.

Then what was an output of our emphasized function?

 and furthermore, what was an equipment?

This case was a peculiar one,an unexplained peculiar one.

Ergo there's relation between an undiscovered sense and appreciation ;

the one that was seamlessly concealed by the nature ,

so well that still remains mystery as yet.
09 giugno

Myspace , Lastfm

I've permanently moved !!
 
 
 
 
 
check this thing out
 
i know u miss me
 
 
^ ^
 
14 gennaio

The onliest

          ~หนังสือหายากที่อ่านไม่สนุก
 
             หนังสอหายากที่อ่านไม่สนุก
             กวีเองก็อ่านไม่สนุก
             ฉะนั้นเหตุใดจึงประพันธ์ออกมา
             ไม่มีข้อแตกต่างจากหนังสือเลวๆทั่วไป
             เพียงมีไม่มากเท่านั้น
 
             ในมุมอันไม่เล็งผลเลิศ
             หากหนังสือเล่มนี้มีกระแสfever
             คนอ่านอาจจะรักมันก็ได้
             เงินตราจะเข้ามา แต่
             กวีจะสูญเสียอะไรเล็กน้อยไป
             อะไรเล็กน้อยที่มีความหมาย
             คนอ่านจะสูญเสียคุณค่าบางอย่าง
             แต่พวกเขาพานไม่รู้สึก
             ประหนึ่งหลับไหลอยู่ในเกลียวคลื่นอันรุนแรง
            
            ในมุมที่ทะเลเป็นสีเขียวคราม
            ถูกทิ้งอยู่ในกองหนังสือ
            ที่คุณไม่คิดจะอ่านเป็นคำรบสอง
            ทั้งที่ผ่านไปเพียงหนึ่งในสาม
            ครึ่งหนึ่ง หรือสองในสาม
            ให้โอกาสกันหน่อย
            แม้จะเป็นสามหน้าสุดท้ายอันสิ้นหวัง
            แม้จะไม่สนุก
            จวบจนไม่มีตัวหนังสือตัวใดในเล่ม
            ที่ไม่ผ่านดวงตา สมอง และหัวใจ
            พบว่าทะเลที่เขียวคราม
            มิใช่ปนเปื้อนเพียงแต่ลึกล้ำ
            คุณอมยิ้มออกมาคราหนึ่ง
            สิ่งสวยงามสิ่งนี้
            แสนจะมีคุณค่าความหมาย
            ประชากรหนังสือทั้งหลายร่วมปรบมือ
            เพราะสิ่งนั้นก็เป็นความฝันของพวกมัน
            ดุจเดียวกัน
            ส่วนคุณ
            ยังยิ้มไม่หุบ :)
            ชีวิตพลันสดใสขึ้น
            ทั้งส่วนที่ไม่เกียวกับหนังสือเสียด้วยซ้ำ
            คุณกรีดกรายมัน
            ด้วยนิ้วหัวแม่มือขวา
            เปิดอ่านตั้งแต่คำนำ
            นึกดีใจขึ้นมาที่ในนั้นไม่ได้บอกอะไรคุณเลย
            เช่นนั้นใยมิใช่สูญสิ้นคุณค่าความหมายเกินไป
            คุณรู้สึกว่าคุณโขคดี
            ไม่กี่คนหรอก ที่พบกับเรื่องราวนี้ได้
            คุณสำนึก
            คุณเปิดอ่านอีกครั้ง ตั้งแต่แรก
            คำพูดเดิมๆ
            ความหมายใหม่ ในมุมมองใหม่
            ดูสิ คุณยิ้มอีกแล้ว..
 
 
            ในวันธรรมดาอีกวัน
            คุณเดินออกไปยังจุดหมาย
            ไม่ลืมที่จะหนีบมันไปด้วย
            นั่งลงในร้านที่บรรยากาศดีร้านหนึ่ง
            ในตอนสายๆของวันพักผ่อน
            กลิ่นกาแฟหอมหวนตลบอบอวล
            คุณก็อ่านเรื่องนี้ด้วยเหรอ?
            เขาถามขึ้นมา โดยในดวงหน้านั้น
            คุณรู้สึกได้ว่าเขาหวังให้คุณอ่านจบแล้ว
            อยากให้คุณได้พบกับบางอย่าง
            ซึ่งมีความหมายสำหรับเขา
            หลังจากนั้น
            คุณก็คุยกะเขา ยาวเลยล่ะ...
 
                  
 
    
 
อารมณ์กำลังแล่นแตร๊มาก
อยากเล่นดนตรีจังเลยคับ
อยากมีวงที่เล่นกันบ่อยๆ
ไม่ได้อยากลงแข่งไรมากมายหรอก
อยากเล่นเท่านั้นแหละ
เวลาแข่งก็จะได้ไม่เสร่อหอกอีก
 
สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟัง
RED TWENTY
...อย่าไปฟังนะ
กูชอบมาก
กูอยากenjoyของกูคนเดียว
ถ้าแม่งบูมเมื่อไหร่
กูจะเสียใจมาก
 
ผมหลงรักRegina Carter คับ
เสียงviolinของเธอ
ทำให้ผมมีความสุขมาก
เช่นเคย
อย่าไปฟังนะ
 
วันๆไม่ได้ทำเกิ๊บอะไรเลย
งานเงินไม่แตะ
หนังสือสอบไม่อ่าน
หวงอี้ทำร้ายผมมาก
แต่ผมก็มีความสุขกับการถูกมันทุบตี
..
ไอ้บ้า
 
ลองอีกซักทีเดะ
เผื่อจะจูนติด

                                             
 
 
Title:The Onliest
Artist:Feist ชอบมากก บ้าไปแล้ววว
Album:Monarch
 
He sailed the seas to Normandy
He had the maps laid out
He had a boat and had a sail
"Jack's Girl" on his arm

But no one sees the stars so bright
No one swims alone at night
I’m missin’ him like a heart attack
And Neptune won’t bring him back

He watches over me the onliest
He watches over me
He watches over me the onliest
He watches over me

Deepness of the waving tide
All the sea is saying goodbye
And the moon dips aloof at four
The sea doesn’t keep score

He watches over me the onliest
He watches over me
He watches over me the onliest
He watches over me

Sweetness of the salty wind
Depth of love when it just begins
A pint for me and one for you
Say a toast with all who knew

 

 

11 ottobre

Have you ever seen the rain?

       พิรุณ..ในห้วงพิรุณเช่นนี้  เวลาหาจำแนกได้ชัดเจนไม่  เช้า?บ่าย?  สำคัญอะไรเล่าในเมื่อทอดสายตาออกไปพบเจอเพียงความอึมครึม ภาพอันพร่ามัว และอาจรวมถึงสายนําที่เคลื่อนตัวอย่างเรื่อยเปื่อยบนหลังคากระจก  พายุลูกสุดท้ายแล้วหรือ? ...เป็นเพียงการประโลมตัวเองเท่านั้น  เนื่องด้วยสภาพภายในหาได้เลวร้ายน้อยกว่าภายนอกไม่  ตราบเท่าที่ระดับนํายังมิได้สูงขึ้นมาถึงชั้นบน และคงไม่ถึงในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน  
 
"อยู่ไหน..?" 
 
ไม่มีคำตอบอันแน่ชัดจากตรรกะภายในห้วงความคิดที่เคยยึดติดและเชื่อมั่นเสียเต็มประดา  ในเมื่อการถ่ายทอดที่ผ่านๆมา ส่งต่ออะไรบางอย่างมาให้กับความรู้สึก  หลังจากที่ความรู้สึกซึ่งถูกยึดครองโดยความแปรปรวนอีกที ส่งสารต่างๆไปให้การแสดงออกอย่างเป็นสม่ำมิได้ขาด  โดยปราศจากความแน่ใจในผลลัพธ์ ความถูกต้อง น้ำจิตน้ำใจหรือกระทั่งตรรกะ   
 
 "หลงทาง..?" ...อาจเป็นคำที่เหมาะเจาะเมื่อขบคิดแต่เพียงเท่านี้  หากแต่มันเพียงเท่านั้นเองหรือ?
 
คำตอบยังคงหลบซ่อนอย่างไม่มีท่าทียินยอมปรากฏตัว ในทางตรข้ามคำถามกลับถาโถมเข้ามาอีกคำรบ พร้อมด้วยภาพสะท้อนในกระจกของใครคนนั้น ซึ่งรู้จักมักจี่เป็นอย่างดี  เพียงแต่มันไม่มีชาติตระกูลให้ใยดีด้วย  
 
"นี่มันตัวอะไร..?" 
 
สิ่งที่พบเห็นกับการยอมรับไม่สามารถสัมผัสมือกันได้ในจังหวะนี้ 
 
 ตรรกะได้ผิดเพี้ยนไปแล้วหรือ..?
 
Logic is damned blind..!!   เป็นไปได้? ..แต่ไม่ใช่โอกาสนี้แน่ๆ   เนื่องด้วยแม้แต่ในภาพสะท้อนจากกระจกทุกบานในอารามวัด และกระจกสีแบบกอธิคของโบสถ์แคทอลิก ก็มิได้ทำให้ภาพลักษณ์เพี้ยนผิดรูปไปแม้แต่น้อย   เสียงรำพันยังคงกังวานอย่างต่อเนื่อง  แต่หาได้มีเสียงไม่
 
What can i do?    Will i make it through?  I must be true to myself...    เสียงร้องอันแหบพร่า  เพรียกหาซึ่งตัวตน  ในวังวนแห่งห้วงคำนึง..
ด้วยเสียงกีตาร์2ตัวที่สอดประสาน      ..วงร็อกอมตะแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ทำให้สภาพการณ์ชัดเจนขึ้นมาไม่น้อย 
 
อาจบางทีภาพในกระจกเป็นเช่นนั้นแต่แรก   ความสับสนต่างหากที่แทรกเข้ามา  ในช่วงเวลาที่เมามายและหลงละเมอและฝังรากลึกในความรู้สึก
 
ประจักษ์ถึงเพียงนี้แล้ว  ..รูปการณ์หาได้ทุเลาลงไม่
 
ความเกียจคร้านและความจับจดยังคงเป็นนายใหญ่ที่ยากแก่การต่อกร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวตนอันขาดความชัดเจน
 
 
สหายที่มีข้างกายยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง  ทว่า"สหายเก่า"ไม่ทราบยังสามารถกล่าวคำ"สหาย"ได้อีกหรือไม่
ใครบางคนกล่าวไว้  "relationship มันเป็น mutual นะ"
 
เพียงไม่ทราบสมควรกล่าวโทษความสับสน หรือตัวตนอันแท้จริง
 
 
อัน"โฉมสะคราญผู้รู้ใจ"  คำหลังมิอาจกล่าวรวมได้   อย่าว่าแต่"โฉมสะคราญ" อันคำ"ผู้รู้ใจ" ในยามนี้นัยว่าพลิกแผ่นดิ้นค้น ยังไม่พบแม้สักครึ่งคน
 
อัน"ปฐมสหาย"ไม่ทราบสมควรกล่าวถึงว่ากระไร   เนื่องด้วยกาลเวลาที่ได้หายไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด
 
ทุนนิยมได้สร้าง"ทุติยภูมิ"มาเป็นคนกลางระหว่างเรา กุมมือเราสองไว้แนบแน่น อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหลุดได้สะดวกดายนัก
 
พึงสังวรณ์ไว้ว่า "ทุติยภูมิ"มีนายเหนืออยู่2คน 
คนหนึ่งคือ ทุนนิยมอันเป็นมารดา
อีกคนกลับเป็นองค์พระพุทธรูปอันมากบารมี แห่ง อีสานเหนือ
 
ข้อผูกมัดที่ทำไว้กับนายเหนือคนหลังในการส่งคนกลางมากุมมือเราไว้  ...เพื่อให้เราอย่างน้อยสามารถพบหน้ากันได้ หลังจากที่เวลาของเราได้หายไป   ยังมิได้ถูกชำระ
ยังสามารถสบถอันใดได้เล่า
 
 
ไม่มีกิริยาอันไหลลื่นในท่าทีที่ปรากฏ  เนื่องด้วยความขุ่นมัวภายใน และภาพสะท้อนภาพเดิมที่สะท้อนจากดวงตาของผู้ที่พบเจอในแต่ละวันหนึ่งๆ
 
ความแน่ใจที่แปรสภาพมาจากมายาอันหลอกลวง เริ่มคลืบคลานเข้าในจิตสำนึก  อย่างแยกกันไม่ออก
 
สติส่วนหนึ่งยังลุกขึ้นมาต่อต้าน   ดำเนินการท้าทายอีกคำรบ หลังจากความพ่ายแพ้อันพบเจออยู่เป็นนิตย์  และนำความเสียหายมาให้อย่างร้ายกาจ
 
สุดท้ายนำมาซึ่งความเกรี้ยวกราดและการตอกย้ำ  ...เพียงเท่านั้นเอง
 
อันความสนุกสนานเริงร่า กูกใช้เป็นเครื่องมือเสียหมด ในกระบวนการต่อต้านนั้น และหมดเปลืองไปกับการโดนถากถางอีกส่วนหนึ่ง
 
 
คำ"มืดมน" อาจเกินความเป็นจริงไป   ที่ถูกต้องสมควรเป็นภาพที่ปรากฏตรงหน้า
 
 
พิรุณ..อันบ้าคลั่ง ที่บดบังทัศนียภาพ  กระทั่งไม่มีสิ่งใดชัดเจนอีกต่อไป..
 
                                                                              
 
 
 
 
ข้อเขียนเชิงเห็นแก่ตัว
 
เพื่อรอยยิ้มเพียงวูบเดียว
 
 
 
 
 
 
 
คอมเม้นด้วนนะเว้ยเฮ้ยยย..!!     
 
15 giugno

Bohemian Rhapsody...yeah!

คิดมาตั้งนานแล้วว่า อยากอัพเรื่องอะไรที่มันเป็นประโยชน์กะคนที่เข้ามาอ่านบ้าง ไม่ว่าจะรู้จักกกันรึป่าว จะได้อ่านแล้วเอาไปใช้ๆได้ แทนที่จะอัพเรื่องส่วนตัว ให้คนที่ไม่ค่อยได้เจอกันอ่านแล้ว งงๆ กันไป


เรื่องมันประมาณ3-4เดือนได้แล้วมั้ง ที่ไอก้องชวนไปแลนด์มาร์ก ฟอรั่ม
คืองี้ แลนด์มาร์ก นี่คือบริษัท อเมริกัน ที่เปิดสาขาอยู่กว่า..ประเทศทั่วโลก จำไม่ได้แล้ว เป็นบริษัทที่จัดคอร์สพัฒนาตัวเองให้กับลูกค้า โดยจะมีตั้งแต่แลนด์มาร์ก ฟอรั่ม แล้วก็....... อะไรอีก3-4คอร์ส ลืมไปแล้ว เช่นกัน

แต่สื่งที่บริษัทนี้พยายามมุ่งเน้นนั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ มันเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า"มีความสุขกับตัวเอง"มั้ง

จะสังเกตได้เลยตั้งแต่เดินบริษัทไปที่ ตึก...(ลืมไปแล้ว ข้างๆตึกแกรมมี่ แถวอโศก) ทุกคนในนั้นหน้าตากันเองมากๆ จิงใจดี(ไม่ได้เว่อ..สาบาน)

หลังจากที่ได้ไปคุยกับพี่ที่นั่นให้เค้าบรีฟเรื่องคอร์สแลนด์มาร์ก ฟอรั่มมา ซึ่งพี่เค้าดีมากๆ ปกติเค้าจะมีบรรยายในหอง แต่ผมดันไปสาย เค้าเลยจับไปบรีฟตัวๆเลย ขอบคุณพี่ตุ๋ยมากๆ


เริ่มจากที่พี่เค้าถามมาว่า คิดว่าอะไรเป็นตัวกำหนด"ปัจจุบัน"ของเราบ้าง
ไอ้เราก็ตอบไป ฐานะทางบ้าน การศึกษา วิสัยทัศน์ ห่าเหวไรไป.....อย่าเออออ ไปโง่ๆตามนั้นนะ ลองคิดดูดีๆทั้งเรื่องเงิน การศึกษา วิสัยทัศน์ ไรนั่น ไม่ได้กำหนดปัจจุบันเลยซักอย่างเดียว...ตอนนี้มึงรวย พรุ่งนี้มึงก็จนได้ สิ่งที่พวกนั้นมันกำหนดคือ อดีตต่างหาก สรุปง่ายๆแต่มีความหมายมหาศาลก็คือ


"อดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคต"


แต่operation systemของคนทั่วไปนั้นทำงานผิดพลาด
ลองคิดตามดูนะ มีลิ้นชักอันนึงมีสองชั้น คือ ชั้น"อดีต" กับชั้น"อนาคต"
แต่ว่า จากOS ของคนทั่วไปนั้น ทั้งสองชั้นนี้ มันจะรั่วถึงกัน ทำให้ไฟล์ข้างในมันมั่วกันไปหมดกลายเป็นว่า


"อดีตหลงไปอยู่ในชั้นของอนาคต"

 ซึ่ง

"อนาคตเป็นตัวกำหนดปัจจุบัน" ...งง ดิ อย่าเพิ่งช่างแม่งนะ ลองพยายามทำความเข้าใจหน่อย


ลองวาดวงกลมมาสามวง อดีต ปัจจุบัน อนาคต
ลองเขียนไรใส่อดีตก็ได้ พ่อจน เรียนเก่งไรเงี้ย ทีนี้ลองมาเขียนใส่อนาคตดู เขียนไรไปก็ได้ เพราะ "เรากำหนดอนาคตได้"


เอาเป็นว่า ใส่อนาคตไปว่า รวย เงี้ย ทีนี้ช่องปัจจุบันที่มันว่างอยู่ เราก็จะรู้ว่าเราเขียนเล่นๆไม่ได้แล้ว มันต้องเชื่อมโยงกันเพื่อให้อนาคตมันเป็น"รวย"ตามนั้น
จะเห็นได้ว่า

"อนาคตต่างหากที่เป็นตัวกำหนดปัจจุบัน"


แต่ปัญหามันคือ OS ของเราๆมันผิดพลาด มันดันเอาอดีตไปปนอยู่ในช่องอนาคต ทำให้


"อดีตมันกำหนดปัจจุบันของเรา"


เช่นอดีตเราจนเงี้ย เราก็จะบอกตัวเองว่า" มึงจนๆๆ"
จนวันนึงมันหลงไปอยู่ในช่องอนาคต กลายเป็นว่ามันกำหนดปัจจุบัน ทำให้อนาคตมึงจนไปเรื่อยๆ  get ป่ะ


สมมติว่าอดีตมึงเคืองเพื่อนมึงคนนึงเงี้ย  มึงก็คิดไปว่าไอ้นี่แม่งไม่ไหวว่ะ  แต่มันเป็นเรื่องในอดีตไง  แต่OSมึงไม่ดี มันเลยหลงไปอยู่ในช่องอนาคต  มึงก็เลยจะคิดว่าไอ้นั่นแม่งเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ


ในทางตรงข้ามมึงไปทำร้ายนํ้าใจเพื่อนมึงเข้า แล้วโดนมันต่อว่าเงี้ย  มันกลายเป็นเรื่องในอดีตไปแล้วนะ  แต่มันกลับหลงไปอยู่ในช่องอนาคตของมึง  กลายเป็นว่ามันด่ามึงรอบเดียว  แต่มึงด่าตัวเองเรื่อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า  เพราะมันกลายเป็นอนาคตของมึงไปแล้ว  ทรมานนะ เคยเป็นปะ


ซึ่งไอ้จุดประสงค์ของคอร์สนี้ก็คือ  จะทำให้เรารู้จักวิธีการที่เรียกว่า "Complete with the past"  คือเป็นการเอาอดีต กลับไปไว้ในช่องที่มันควรจะเป็น คือกลับไปไว้ในอดีต ไม่ให้มันไปอยู่ในช่องอนาคต ทำให้มันไม่สามารถที่จะมาcause effectกะปัจจุบันของเราได้  ทำให้เราสามารถเลือกเป็นอะไรที่เราอยากจะเป็นก็ได้ เราสร้างอนาคตของเราเองได้


สังเกตมั้ยว่าเรื่องบางเรื่องในอดีตนั้นมันถ่วงเราไว้จิงๆ มันไม่ให้เราเดินไปข้างหน้าได้ง่ายๆ  complete มันซะ  แล้วชีวิตเราจะรียบง่ายขึ้นมาอีกเยอะ  ไม่มีการด่าตัวเองรอบแล้วรอบเล่า ไม่มีการผิดหวังจนเกินไป หรือจมอยู่กับอะไรแย่ๆที่ตัวเองเป็น  ไม่มีการคาจิตคาใจกับผู้คนรอบข้าง


แต่การ complete with the past นั้นมันต้องทำไงบ้าง
ผมก็ถามพี่เค้าไป  เค้าก็บอกว่าไอ้นี่แหละที่ต้องไปเรียนในคอร์สนี้

"คอร์สเท่าไหร่พี่"
"หมื่นห้า"       ..............................     -_-"

นั่นละฮะปัญหา    แต่ว่าคนที่มาเรียนที่นั่นเค้าบอกว่าคุ้มจิิงๆนะ  กูก็ว่าคุ้มนะ หมื่นห้าแล้วสบายใจ ยิ้มได้      แต่ตังไม่มีไง

ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ใช่ว่าเชียร์ให้ไปลงไรงี้นะ  เพียงคิดว่า
มันเป็น OS ที่เราสมควรจะเข้าใจมัน  หรืออาจนำไปใช้ได้มากๆ เท่านั้นเอง


จากที่ฟังมาก็คือวิธี complete with the past ในคอร์สนั้นคือ  เราต้องไปเล่าปัญหาชีวิตหรือปัญหาวัยรุ่นของเรา ให้ใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จักฟัง  ซึ่งก็จะเป็นพวกที่มาเข้าคอร์สด้วยกัน  ซึ่งเค้าก็จะมีปัญหาของเค้า  มันจะเกิดเห็นอกเห็นใจเข้าอกเข้าใจกัน  แล้วก็มีการเชียร์ในกลุ่ม  เช่นมีปัญหากะพี่น้อง หรือบางคนไม่คุยกะพ่อแม่มาเป็น10ปีเงี้ย  ก็มีการเชียร์ให้โทรไปคุยไรประมาณนี้     ฟังดูตลกๆ แต่มันก็ช่วยได้เยอะนะ  กูคิดว่า



ที่ต้องทำอย่างนั้นมันอาจจะเป็นอะไรที่ยากไปหน่อย  แต่การที่เราอย่างน้อยได้แยกออกว่าสิ่งที่ถ่วงเราไว้อยู่มันเป็นเรื่องราวใน อดีต  ไม่ใช่อนาคตของเรา และมันควรจะอยู่ในช่องของมัน  ไม่ควรมาส่งผลอะไรกับปัจจุบันของเรานั้น  ก็เป็นOS ที่เป็นประโยชน์กับชิีวิตมากพออยู่แล้ว คิดว่าเครื่องมือชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน
เรื่องแลนด์มาร์ก ฟอรั่ม เอาไว้เท่านี้ละกัน



เรื่องค่ายvesc34ก็มีคนอัพกันเยอะแล้ว อยากเล่านะ แต่ไม่รู้จะเขียนยังไง อยู่ไปทั้งหมด29 แมนเดย์ ประหยัดไปเดือนนึงเต็มๆ หน้าตาจะเป็นชาวบ้านตลาดโพธิ์ อยู่แล้ว
เสียใจมากๆที่ดันไม่สบายวันปิดค่าย อยากจะร่วมเมามายกับพั่น้องทุกๆคน แต่แดกเท่าไหร่แม่งก็อ้วกออกมาหมด ไม่ใช่แค่เซ็ง..แต่เศร้าไปเลย (ยังcomplete ไม่ได้  เห็นมั้ย)



ช่วงนี้กลับดึกตลอดเลย  อยู่ซ้อมบอลน้องเฟรชชี่  คอยดูละกันว่า90จะเป็นไง  88โค้ชเอง  ไม่มีผิดหวัง

เท่านี้แหละ  แวะมาอัพเล่นๆ


18 aprile

HOW LONG.. hOw Lo...ng wiLL i sLiDe

แวะมาadd ซะหน่อย ไม่ได้เขียนนานแล้ว ไม่ได้เจอคนคุ้นตาคุ้นหน้านานแล้วด้วย
ก็ไปเที่ยวมาอย่างที่บอก...เร็วๆนี้แหละ 
 
 
ไปเสม็ดมากะเพื่อนๆเตรียม  น้าใสเป็นบ้าเลย  ทรายขาวด้วย  โคดลาวเลยเพิ่งเคยไปเสม็ดครั้งแรก  ร้องเท้าแตะหายด้วยกู  อยากตะโกนให้แม่งรู้ทั้งเกาะเลยว่าคู่ละ800เอาของกูคืนมาเฮอะ   อยู่บนเกาะก็เดินๆรับลม เตะบอล เล่นกีตาร์ ร้องเพลง ซัดเบียร์ แดนซ์  เล่นนํานี่เล่นไป10นาทีมั้ง อยู่3วัน    โคดเหี้ยเลยแม่งเล่าเรื่องผีก่อนนอนแล้วหลับกันหมด ทิ้งกูหลอนคนเดียว  โวยวายอยู่เป็นชั่วโมงคนเดียว จนหลับไปได้ไงไม่รู้ คราวหลังกูไม่ฟังนะ ขอร้อง
 
โคดชอบรูปที่ไอกิ๊บถ่ายเลย หล่อดี ถึงกูจะไม่ตั้งใจก็เหอะ  เปลี่ยนเป็นรูปในโพรไฟล์เลย 55
 
ผับแม่ง มีแต่ฝรั่ง  ผู้ชาย  กะผู้หญิงที่มาเป็นคู่  แดนซ์ไปเซ็งไป  แสดดดด
 
 
 
หลังจากกลับมา เพื่อนๆก็ทำให้ผมเชื่อแล้วว่า  เสม็ดเส็ดทุกรายจิงๆ
 
 
เออๆ โคดฮาเลยตอนอยู่บนเกาะ ไอเกรดโทรมาบอกโบจังว่ามันมีแฟนแล้ว 55555 วู้ววว
สมน้ำหน้ามึง เอาแต่นวดอยู่ได้สี่ห้าปี  55  หลังจากนั้นนี่แม่งเข้าโหมดไร้วิญญาณเลย..."เฮ้ย..กูไม่ได้คิดอะไร"    ตอแหลสัด 
 
แล้วรู้สึกแฟนไอเกรดจะดูดบุหรี่ด้วย  ยะโฮ้ ! ชัยชนะของคนดูดบุหรี่เว้ย  55555 ส่าจายย
 
 
 
 
 
กลับมาก็เตะบอลๆ  แต่เซ็งอย่างที่กลับบ้านไปก็ต้องเจอน้องๆที่ขึ้นมาเรียน  แม่ง..ความเป็นส่วนตัวอันเป็นที่รักยิ่งของกูที่มีมายาวนาน5ปี  หายไปแล้ว....หายไปแล้วจิงๆ  เข้าใจยังทำไมอยากเที่ยวๆ  ขอหลบๆไปตั้งตัวซักนิดเหอะ  มันสำคัญกะผมมากๆนะครับ  ผมรักตัวเองในความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าอะไรทุกอย่าง   มิน่าไม่มีแฟน...กูรู้มึงคิด..ไม่ต้องมาว่ากู
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงสงกรานต์  หลังจากเว้นวรรคไป2ปี  ในที่สุดปีนี้ก็ได้ไปหนองคายอีกครั้งเหมือนที่ทำๆมาตลอด  เจอหน้าญาติๆไม่เจอนานก็มีความสุขดี  แต่ลูกพี่ลูกน้องgenเดียวกันนี่ รุ่งเรืองทุกคนเลย รายได้แต่ละคนแม่ง....แล้วไม่ใช่คน2คนด้วยนะ  แทบทุกคนเลยญาติกู  พวกที่ยังเรียนอยู่ก็ดูมีอนาคตมากกว่าพัทธดนย์กันถ้วนหน้าคับ....หันมามองตัวเอง  แล้วกูมันตัวโง่อะไรเนี่ย  เรียนๆก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่นะ  ทำไมต้องรีเกรดเป็นพรวนเลยวะ 
 
 
 
อยู่หนองคาย ก็แดกกกก คับ บั๋นแบ่ว  ข้าวเกรียบอ่อน  ข้าวเหนียวไก่ กะยอ ขนทเหนียว  หนมเบื้องญวน อันหลังนี่เบรก เรกคอร์ดคับ ซัดไปวันนึง10อัน   อร่อยสุดๆๆๆหยุดไม่อยู่
เดินออกมาหน้าบ้านมีไอติมที่ผู้ใหญ่สั่งมาให้  ส้มตำ  กะขนมจีนอีก   แดกทุก5นาที
นอกนั้นก็ทำบุญตามประเพณีฮะ  แล้วก็เล่นนํา  อย่าคิดว่าหนองคายคนจะหน้าตาออกแนวอีสานๆทุกคนนะ  แถวนี้มันถิ่นคนจีน กะคนญวน  "หนองคาย ไม่เคยสิ้นความเนียน"  เล่นมาเป็น10ปี การันตีได้   หนุกหนานเหมือนเดิม 
 
 
 
พอกลับจากหนองคายก็กลับ สารคามคับ  ไม่ได้กลับนานแล้ว  อยู่บ้านมั่งก็ดีเหมือนกัน  ไอ้อยู่บ้านนี่ก็คืออยู่ในบ้านเล่นเกมทั้งวันจิงๆ  ไม่ได้ไปไหนเลย  คนรู้จักมักจี่อะไร  ไม่ได้แวะไปเยี่ยมเลย  สงสัยจะกลับไปไม่ทันเลือก สว แล้วมั้ง  แต่คงทันงานบวชไอท็อป กะ งานบวชไอเนแหละ
 
 
 
 
ค่ายขึ้นผลัด4นะ  28 เมษา  ใครว่างก็ขึ้นด้วยกันเหอะ  สนุกนะ  ใครไม่เคยขึ้น..ขึ้นกัน
ตอนนี้ ไอซาวกะไอรุดมันชิงขึ้นไปก่อนแล้ว 
 
 
 
อยากดู Perhaps Love สัดๆๆๆๆๆ  ใครจะดูชวนด้วย  ไม่งั้นนอย 
ทาเคชิ คาเนชิโร่ แม่งหล่อเหี้ยๆ  แอบกรี๊ดมาตั้งนานแล้ว
กูไม่ใช่เกย์หรอก  แต่แม่งหล่อจิงๆคนเหี้ยไรไม่รู้  ยิ่งเสียงพันธมิตรพากย์อีกนี่แม่งเทพบุตรสุดๆ
 
 
 
 
ช่วงนี้อยู๋ดีๆชอบเผลอร้องไอ้เพลงนี้ออกมา"ขอ สักอย่าง  อยากจะข๊อร้องสักอย่าง  อยากจะข๊อให้เหลือหนทางให้ชั้นนั้นเดิ๊นได้อยู่"   ไม่ได้ประทับใจอะไรเท่าไหร่นะ  แต่มันติดปาก  เป็นปะๆ   นี่ถ้าไปร้องในข้าวสารตอนวันสงกรานนี่คงเหมาะพิลึกอะ
 
 
 
 
-การเมืองแม่งเห็นแล้วท้อว่ะ  ญาติๆที่หนองคายยังเถียงกันเลย  แต่ไม่แรงนะ ส่วนมากจะหันมาอบรมหลานๆ.....ถูกต้องคับ กูนั่นเอง
-ช่วงนี้จะเป็นแฟนปอมปีย์ไปแล้ว  เชียร์โคดมัน
-เชื่อแล้วว่าคนผอมก็อ้วนได้   เริ่มแล้วไงกู
-อยากเล่น new world ...ไอแก่ มึงไปซ้อมมาเลยนะ
-my journey คงต้องหลังลงค่ายซะแล้ว  สัดเอ้ย  ไม่น่าเมาแล้วเผลอพูดไปเลย
-เออ  เนบอกจะเลิกเหล้า......เอาใจช่วย
-เทอมหน้าจาไปเมาที่ไหนวะเนี่ย  ห้องกูน้องมาอยู่  ฝ้ายไอซ์ย้ายห้อง  ไอมดก็ย้าย
 เลิกเป็นเพื่อนเนละกัน  .....อย่าเข้าใจผิดนะ.....อะ ล้อเล่ง!
-วันนั้นเจอแม่ค้าขายสร้อยข้อมือ  น่ารักได้ใจมาก  อย่าเพิ่งเลิกขายนะ  555
 
 
 
 
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
My recommended film  : Before Sunset
Cast: Ethan Hawk,Julie Delpy
Director: Richard Linklater
 
 
 
 
หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อ ของBefore Sunrise โดยในเรื่องเกิอดหลังจากนั้น9ปี หลังจากที่Jesse พบกับ Celine  หนังเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นตรงที่'ดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนา'
คือแทบจะเป็นลองเทกทั้งเรื่องเลย  เชื่อว่าถ้าได้ดูต้องชอบกันแน่(ก็กูชอบอะ) หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องติดใจล่ะว่าแปลกดี 
 
 
 
เนื้อหาไม่อยากบอกอะ ไปดูเอง  แต่บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่make sense มากๆ  คือไม่เว่อเลย  เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้จิงๆ   ไม่ใช่หนังโรแมนติกเกาหลี ปานเทพนิยาย ที่อยู่ดีๆนางเอกโคดน่ารัก ไปชอบพระเอกloser 
อีกจุดที่ชอบมากๆคือ บุคลิกตัวละครเอกทั้ง2ตัว  โดยเฉพาะนางเอก  โคดชอบเลย นิสัยดูไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกได้  นิสัยเหมือนกูเลย(แสดงว่าน่ารักชัว) ดุๆไปแล้วเหมือนเห็นตัวเองในบางมุม
 
 
 
ชอบซาวแทร็กในเรื่องมากๆ  a waltz for a night  ฟังทีไรเห็นภาพในเรื่องทุกที
 
 
 
ถ้าดูกันจบแล้ว ก็ลองถามตัวเองดูว่า การหลีกเลี่ยงต่อเสียงเรียกร้องของใจตัวเองเป็นเรื่องที่ดูจะใจดำต่อความรู้สึกของตัวเองมากไปหรือเปล่า?
 
 
 
แนะนำไปงั้นแหละ  คงไม่มีใครไปหามาดูหรอก  เพียงแค่จะบอกว่า  ประทับใจหนังเรื่องนี้
 
 
 
*******************
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
28 marzo

Pioneer&Huahin อีกทีละกันนะ

หลังจากโดนค่อนขอดว่าสั้นมั่งล่ะ ทุเรดมั่งล่ะ งงมั่งล่ะ ถ้าเป็นบนค่ายคงจะมีคนบอกว่า"ต้น คืนนี้มึงต้องซ่อมนะ" คับพี่ ซ่อมก็ได้คับ

ไปค่ายยุววิศวกรบพิศ (voluntary engineer students camp)---vesc34 มา
เป็นค่ายสร้างสะพาน-----ไม่งงแล้วนะ มึง

ผลัดPioneer มีหน้าที่คือขึ้นไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อให้พวกผลัดปกติขึ้นมาสร้างสะพาน

ที่ขึ้นค่าย เพราะอยากร้องเพลงค่าย กะพี่ๆน้องๆและเพื่อนๆ

ราตรีที่ฉันยืนเศร้า เพียงลำพัง ใจเหงาและเดียวดาย
คํ่าคืนนี้ยังยาวไกล ผู้ใด..จะร่วมเมามายกับฉัน

อยู่ตรงนั้นกับฝันวันเก่า เก็บความคิดถึงเป็นเงา ..
กับความสัมพันธ์เป็นเพื่อน

ค่ายผมอยากได้อะไรต้องซื้อคับ มีวันนึงอยู่ทีมพี่โบ๊ท ประมูลเพลงค่ายไป8เป๊ก ผลิตโชค คับ กรูจะบ้า

ทำงานหนักสุดๆ เหนื่อยอย่าบอกใครตอนไอวันที่แบกเหล็กจากไซต์มาที่พัก กะวันกลับที่ขนปูน

ทุกคืนก็แดกเหล้าสนุกสนาน อ้วกไปกี่คืนจำไม่ได้คับ เกือบๆจะคืนเว้นคืน
ทอม แฮงก์ อยู่2ครั้ง แต่ก็ต้องทำงาน.....เมาอย่างมีความรับผิดชอบ

พอกลับมาแล้ว ไม่ได้ฟังเพลงค่ายในวงเหล้าก่อนนอน ไม่ได้แดกเหล้าขาว ไม่ได้ทำงานทั้งวัน มันนอนไม่หลับ คิดถึงจิงๆ อยากขึ้นไปช่วยพี่ๆ ไว้ผลัดหลังๆจะขึ้นอีกที


วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไปหัวหินมา ไปพักที่คอนโดสุดหรู หันหน้าเข้าหาทะเลของไอเ้ป้ง ชายหาดส่วนบุคคลด้วย

ตอนแรกคิดว่าที่เราอยู่ก็หรูแล้ว เ้ดินๆตามชายหาดไปเจอไอ้รีสอร์ทข้างๆชื่อ ดุสิตธานี นี่อยากเปลี่ยนที่พักเลยคับ "หรูเหี้ยๆ.. ขอด่า" ในความบังเเอิญที่รู้สึกแบบเดียวกัน เลยพูดประโยคเดียวกันกะ ศิระ ออกมา

กินอยู่อย่างราชา เอะอะอะไรก็อาหารทะเล อร่อยทุกมื้อเลย แม่ง อยากกินอีก

ได้ไปกิน ยำสามกรอบที่ตลาดโต้รุ่งที่เคยไปกินกะั835ตอน ม.4มาด้วย อร่อยยังกะม้าเหมือนเดิม

เท่านี้ละมั้ง

-vesc36ได้ หนค กะ ปจ แล้ว ขำเหี้ยๆ
-เน finishing 20
-ไพ่ทำให้คนลืมเวลานอนได้ เล่นไปได้ไงวะพวกมึง10ชั่วโมงติด
-ยินดีด้วยกะเพื่อนคริสของเรากับตำนาน Infernal Affair....2คน2กลม แถมแดกเบียร์ต่ออีกขวด ถ้าอีก2ภาคมึงจะเอากูไปประกบคู่ด้วย มึงต้องแดกกลมครึ่งนะ
-ได้ยินมาว่าปีหน้า ภาคเคมี ใช้หนังสือเหมือนโยธา
-ไม่งงนะ
-ไม่สั้นนะ
-ไม่ทุเรดแล้วนะ
-อยากเที่ยวอีก....เร็วๆนี้แหละั

















 
Foto 1 di 3